QR Code PromptPay ร้านค้า สร้างยังไง ใช้ยังไง คู่มือ 2026
QR Code PromptPay กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร้านค้าทุกขนาดในปี 2026 ไม่ว่าจะเป็นแผงลอยข้างทาง ร้านกาแฟเล็กๆ หรือร้านค้าออนไลน์ แต่หลายคนยังสับสนว่า QR Code มีกี่แบบ สร้างจากไหน พิมพ์ติดร้านต้องทำยังไง และจะใช้ให้ปลอดภัยจากการถูกสลับ QR ต้องระวังอะไรบ้าง บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่ร้านค้าต้องรู้เกี่ยวกับ QR Code PromptPay ไว้ในที่เดียว
QR Code PromptPay มีกี่แบบ
ก่อนจะเริ่มสร้าง QR Code ร้านค้าควรเข้าใจก่อนว่า QR Code PromptPay ที่ใช้รับเงินในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน การเลือกให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยให้การรับเงินราบรื่นและลดปัญหาตามมาในระยะยาว
Static QR Code (QR Code นิ่ง)
Static QR Code คือ QR Code ที่สร้างขึ้นมาครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอด ไม่ต้องสร้างใหม่ทุกครั้งที่ลูกค้าจะจ่ายเงิน ข้อมูลที่ฝังอยู่ใน QR Code คือหมายเลข PromptPay ของร้านค้า (เบอร์โทรศัพท์หรือเลขบัตรประชาชน) เมื่อลูกค้าสแกน แอปธนาคารจะแสดงชื่อบัญชีปลายทาง แต่ลูกค้าต้องกรอกจำนวนเงินเอง
ข้อดีของ Static QR คือสร้างง่าย พิมพ์ติดร้านได้เลย ไม่ต้องเปิดแอปทุกครั้ง เหมาะกับร้านค้าหน้าร้านที่ขายสินค้าหลายราคา เช่น ร้านอาหาร ร้านชำ หรือร้านกาแฟ
ข้อจำกัดคือลูกค้าอาจกรอกจำนวนเงินผิด โอนขาดหรือโอนเกินได้ ร้านค้าต้องตรวจสลิปทุกใบให้ละเอียดว่าจำนวนเงินตรงกับยอดสั่งซื้อหรือเปล่า
Dynamic QR Code (QR Code แบบสร้างใหม่ทุกครั้ง)
Dynamic QR Code คือ QR Code ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะสำหรับแต่ละรายการ โดยจะฝังจำนวนเงินไว้ใน QR Code ด้วย เมื่อลูกค้าสแกน จำนวนเงินจะถูกกรอกให้อัตโนมัติในแอปธนาคาร ลูกค้าแค่กดยืนยันการโอนได้เลย
ข้อดีคือลดความผิดพลาดเรื่องจำนวนเงินได้มาก เพราะลูกค้าไม่ต้องพิมพ์ตัวเลขเอง เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่ส่ง QR Code ให้ลูกค้าทีละรายการ หรือร้านค้าที่ขายสินค้าราคาแตกต่างกันมาก
ข้อจำกัดคือต้องสร้าง QR Code ใหม่ทุกครั้ง ไม่สามารถพิมพ์ติดร้านได้ และบางธนาคารอาจกำหนดอายุการใช้งานของ QR Code แบบนี้
Thai QR Code มาตรฐาน
Thai QR Code เป็นมาตรฐานที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ทำให้ QR Code PromptPay ที่สร้างจากธนาคารหนึ่งสามารถสแกนจ่ายเงินจากแอปธนาคารใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น SCB, KBank, กรุงไทย, กรุงศรี, BBL หรือธนาคารอื่นๆ ทั้งหมด
มาตรฐาน Thai QR Code รองรับทั้ง PromptPay, พร้อมเพย์ข้ามธนาคาร และ QR Payment ของบริการ e-wallet บางตัว จุดเด่นคือความสามารถในการทำงานร่วมกัน (interoperability) ที่ทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลว่าใช้แอปไหนอยู่
สำหรับร้านค้าที่จดทะเบียนนิติบุคคล สามารถขอ Thai QR Code มาตรฐานร้านค้าจากธนาคารได้โดยตรง ซึ่งจะแสดงชื่อร้านค้า เลขทะเบียนพาณิชย์ และมีความน่าเชื่อถือมากกว่า QR Code ส่วนบุคคล
QR Code แบบระบุจำนวนเงิน
QR Code แบบระบุจำนวนเงินคือรูปแบบที่นิยมใช้ในการขายออนไลน์ โดยร้านค้าจะสร้าง QR Code ที่ระบุจำนวนเงินไว้เรียบร้อย เมื่อลูกค้าสแกน จำนวนเงินจะขึ้นมาให้อัตโนมัติ ลูกค้าไม่สามารถแก้ไขจำนวนเงินในบางแอปธนาคาร ซึ่งช่วยป้องกันการโอนผิดจำนวนได้ดีมาก
การสร้าง QR Code แบบนี้ทำได้ง่ายจากแอปธนาคาร โดยเลือก "รับเงิน" แล้วกรอกจำนวนเงินก่อนสร้าง QR Code เหมาะกับร้านค้าที่รับออเดอร์เป็นรายการ เช่น ร้านขายของออนไลน์ ร้านขายเสื้อผ้า หรือร้านพรีออเดอร์
วิธีสร้าง QR Code ผ่านแอปธนาคาร
ทุกธนาคารหลักในไทยรองรับการสร้าง QR Code PromptPay ผ่านแอปมือถือ ขั้นตอนอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละแอป แต่หลักการเดียวกันคือเข้าเมนูรับเงิน เลือกประเภท QR Code แล้ว save รูปไว้ใช้งาน ด้านล่างนี้เป็นวิธีสร้างจากแอปธนาคารยอดนิยม
SCB Easy (ธนาคารไทยพาณิชย์)
SCB Easy เป็นแอปที่ใช้ง่ายและมีผู้ใช้จำนวนมาก การสร้าง QR Code สำหรับรับเงินทำได้สะดวกภายในไม่กี่ขั้นตอน
K PLUS (ธนาคารกสิกรไทย)
K PLUS มีฟีเจอร์รับเงินที่ใช้งานง่าย รองรับทั้ง QR Code นิ่งและแบบระบุจำนวนเงิน เหมาะกับร้านค้าที่ใช้บัญชีกสิกรไทยเป็นหลัก
Krungthai NEXT (ธนาคารกรุงไทย)
Krungthai NEXT มีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย การสร้าง QR Code สำหรับร้านค้าทำได้ไม่ยาก รองรับทั้งพร้อมเพย์บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
KMA (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา)
KMA หรือ Krungsri Mobile App รองรับการสร้าง QR Code PromptPay ได้ทั้งแบบนิ่งและแบบระบุจำนวนเงิน ขั้นตอนไม่ซับซ้อน
Bualuang mBanking (ธนาคารกรุงเทพ BBL)
Bualuang mBanking ของธนาคารกรุงเทพรองรับ QR Code PromptPay เช่นกัน แม้หน้าตาแอปอาจดูต่างจากธนาคารอื่นเล็กน้อย แต่ขั้นตอนหลักไม่ต่างกัน
เคล็ดลับสำคัญ: เมื่อ save QR Code แล้ว ให้ทดสอบสแกนจากมือถืออีกเครื่องเพื่อตรวจสอบว่าชื่อบัญชีและข้อมูลแสดงถูกต้อง ก่อนนำไปพิมพ์หรือส่งให้ลูกค้า
วิธีพิมพ์ QR Code ติดร้าน
การมี QR Code PromptPay พิมพ์ติดร้านช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินได้สะดวกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของร้านเปิดแอปส่งให้ทุกครั้ง แต่การพิมพ์ QR Code ให้สแกนได้ง่ายและทนทานนั้นมีหลายเรื่องที่ต้องใส่ใจ
ขนาดที่เหมาะสม
QR Code ที่พิมพ์ออกมาควรมีขนาดอย่างน้อย 5x5 เซนติเมตร เพื่อให้กล้องมือถือสแกนได้ง่าย ขนาดที่แนะนำสำหรับติดหน้าร้านคือ 8x8 ถึง 10x10 เซนติเมตร ถ้าต้องการติดป้ายขนาดใหญ่สำหรับให้ลูกค้ายืนสแกนจากระยะไกล ขนาด 15x15 เซนติเมตรขึ้นไปจะดีกว่า
หลีกเลี่ยงการย่อ QR Code เล็กเกินไป เพราะจะทำให้สแกนไม่ได้หรือสแกนยาก โดยเฉพาะในสภาพแสงน้อยหรือเมื่อมือถือของลูกค้ามีกล้องคุณภาพไม่สูง
วัสดุที่เหมาะสม
สำหรับร้านค้าในร่ม สามารถพิมพ์ลงกระดาษ A4 หรือกระดาษ photo glossy แล้วใส่กรอบอะคริลิกตั้งโต๊ะได้ ส่วนร้านค้ากลางแจ้งหรือร้านอาหารที่มีความชื้น แนะนำให้พิมพ์ลงแผ่นพลาสติก PVC หรือสติกเกอร์กันน้ำ แล้วเคลือบลามิเนต
หลีกเลี่ยงการพิมพ์ลงกระดาษธรรมดาแล้ววางไว้โดยไม่มีกรอบ เพราะจะเปื่อยเร็ว โดนน้ำหรือฝนแล้วเสียหาย และ QR Code ที่เลือนลางจะสแกนไม่ได้
ตำแหน่งที่เหมาะสม
วาง QR Code ในตำแหน่งที่ลูกค้าเห็นชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย ตำแหน่งที่แนะนำคือจุดชำระเงิน เคาน์เตอร์ หรือโต๊ะที่ลูกค้านั่ง สำหรับร้านอาหาร ติดที่หัวโต๊ะหรือข้างเมนูจะสะดวกที่สุด
ตำแหน่งที่ดีควรอยู่ในระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มีสิ่งบดบังหน้า QR Code และลูกค้าสามารถยื่นมือถือเข้าไปสแกนได้โดยไม่ต้องเอื้อมหรือก้ม
ทำกรอบและข้อมูลร้านให้ครบ
QR Code ที่ดีควรมีกรอบที่สวยงามและแสดงข้อมูลร้านค้าครบถ้วน ประกอบด้วย ชื่อร้าน โลโก้ (ถ้ามี) ข้อความ "สแกนเพื่อชำระเงิน" หรือ "Scan to Pay" และชื่อบัญชี PromptPay เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าสแกนถูกร้าน
หลายร้านทำกรอบสวยงามด้วยการใช้ Canva หรือโปรแกรมออกแบบอื่นๆ เพียงนำรูป QR Code ที่ save จากแอปธนาคารมาวางลงในเทมเพลตที่ออกแบบไว้ ก็จะได้ป้ายรับเงินที่ดูเป็นมืออาชีพ
เคล็ดลับใช้ QR Code ให้ปลอดภัย
QR Code PromptPay สะดวกก็จริง แต่ก็มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ร้านค้าต้องระวัง โดยเฉพาะการถูกสลับ QR Code ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและสร้างความเสียหายให้ร้านค้าจำนวนมาก
ป้องกันการถูกสลับ QR Code
มิจฉาชีพอาจแอบมาวาง QR Code ของตัวเองทับ QR Code ของร้านค้า ทำให้ลูกค้าสแกนจ่ายเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพแทน วิธีป้องกันคือพิมพ์ QR Code ลงบนวัสดุถาวร เช่น แผ่นอะคริลิกที่ยึดติดกับพื้นผิว ไม่ใช่แค่วางกระดาษไว้
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบ QR Code ที่ติดอยู่หน้าร้านทุกวันก่อนเปิดร้าน โดยลองสแกนเองเพื่อดูว่าชื่อบัญชีที่แสดงยังเป็นชื่อของร้านอยู่หรือเปล่า ถ้าพบว่าชื่อเปลี่ยน ให้เปลี่ยน QR Code ทันทีและแจ้งความ
สำหรับร้านค้าที่มีหลายสาขา ควรทำบันทึกว่าแต่ละสาขาใช้ QR Code ที่ผูกกับบัญชีใด และมอบหมายให้พนักงานตรวจสอบเป็นประจำ
เช็กชื่อบัญชีทุกครั้ง
แนะนำให้ร้านค้าบอกลูกค้าเสมอว่า เมื่อสแกน QR Code แล้วให้ตรวจสอบชื่อบัญชีปลายทางก่อนกดโอน ถ้าชื่อไม่ตรงกับชื่อร้าน ให้แจ้งพนักงานทันที วิธีนี้เป็นด่านป้องกันเพิ่มเติมที่ช่วยให้ลูกค้าเองก็ตรวจสอบได้ด้วย
ร้านค้าสามารถติดป้ายข้อความกำกับข้าง QR Code ว่า "ชื่อบัญชี: [ชื่อร้าน]" เพื่อให้ลูกค้าเปรียบเทียบได้ง่าย เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
เปลี่ยน QR Code เป็นระยะ
แม้ QR Code นิ่งจะไม่หมดอายุ แต่การเปลี่ยน QR Code ใหม่เป็นระยะ เช่น ทุก 3-6 เดือน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ เพราะถ้ามีคนแอบถ่ายรูป QR Code ของร้านไปใช้ในทางที่ผิด QR Code เก่าก็จะไม่ถูกใช้ต่อ
การเปลี่ยน QR Code ทำได้ง่าย แค่เปลี่ยนหมายเลข PromptPay ที่ผูกไว้ เช่น จากเบอร์โทรเป็นเลขบัตรประชาชน หรือสร้าง QR Code ใหม่จากบัญชีอื่น แล้วพิมพ์ใหม่ติดแทนอันเก่า
อย่าโพสต์ QR Code ในที่สาธารณะโดยไม่จำเป็น
ร้านค้าบางแห่งโพสต์ QR Code PromptPay บนโซเชียลมีเดียเพื่อความสะดวก แต่การทำแบบนี้อาจถูกมิจฉาชีพนำ QR Code ไปใช้ในรูปแบบหลอกลวง เช่น สร้างเพจปลอมแล้วใช้ QR Code ของร้านเป็นช่องทางรับเงิน
ทางที่ดีควรส่ง QR Code ให้ลูกค้าเป็นรายบุคคลผ่านแชท หรือใช้ QR Code แบบระบุจำนวนเงินเฉพาะสำหรับแต่ละออเดอร์ จะปลอดภัยกว่า
ยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีจริง
หลังจากลูกค้าสแกน QR Code PromptPay แล้วส่งสลิปมาให้ ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีร้านค้าจริง ไม่ใช่แค่ดูจากรูปสลิปที่ลูกค้าส่งมา เพราะสลิปปลอมในปัจจุบันทำได้สมจริงมากจนแยกด้วยตาเปล่าแทบไม่ออก
ตรวจผ่านแอปธนาคาร (ด้วยตนเอง)
วิธีพื้นฐานที่สุดคือเปิดแอปธนาคารเพื่อดูรายการเดินบัญชีว่ามีเงินเข้าจริงหรือไม่ ตรงจำนวนหรือเปล่า และเวลาที่โอนตรงกับที่ลูกค้าแจ้งไหม
ข้อจำกัด: ต้องทำทีละใบ ใช้เวลานาน ช่วงเวลาพีคอาจตรวจไม่ทัน พลาดสลิปซ้ำได้ง่ายเพราะจำไม่ได้ว่าเคยรับสลิปนี้แล้วหรือยัง
ตรวจอัตโนมัติด้วย SlipPulse
SlipPulse ตรวจสลิปอัตโนมัติผ่าน LINE Bot โดยยืนยันกับ API ธนาคารโดยตรง ไม่ใช่แค่อ่านจากรูปสลิป ทำให้ได้ผลลัพธ์แม่นยำ 100%
ข้อดี: ไม่ต้องเปิดแอปธนาคารเอง ตรวจได้ทุกใบไม่มีพลาด รองรับออเดอร์จำนวนมากพร้อมกัน พร้อม Dashboard สรุปยอดรายวัน
ถ้าร้านค้ามีออเดอร์ไม่มาก การตรวจด้วยตนเองผ่านแอปธนาคารก็เพียงพอ แต่ถ้าร้านมีออเดอร์หลายสิบรายการต่อวันขึ้นไป หรือมีพนักงานหลายคนรับออเดอร์พร้อมกัน การใช้ระบบตรวจสลิปอัตโนมัติอย่าง SlipPulse จะช่วยประหยัดเวลาและลดข้อผิดพลาดได้อย่างมาก
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ายืนยันออเดอร์โดยดูแค่รูปสลิปที่ลูกค้าส่งมา เพราะสลิปปลอมสร้างได้ง่ายมากในปัจจุบัน ต้องยืนยันจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแอปธนาคารหรือระบบตรวจสลิปอัตโนมัติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
QR Code PromptPay หมดอายุไหม
QR Code แบบ Static ที่ผูกกับบัญชี PromptPay จะไม่มีวันหมดอายุตราบเท่าที่บัญชีธนาคารยังเปิดใช้งานอยู่ แต่ QR Code แบบ Dynamic ที่ระบุจำนวนเงินซึ่งสร้างจากแอปธนาคารบางแห่งอาจมีอายุการใช้งานจำกัด เช่น 24 ชั่วโมง หรือ 30 นาที ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร แนะนำให้ตรวจสอบกับแอปธนาคารที่ใช้อยู่โดยตรง
สร้าง QR PromptPay ฟรีไหม
การสร้าง QR Code PromptPay ผ่านแอปธนาคารสำหรับบุคคลธรรมดาสามารถทำได้ฟรีทุกธนาคาร ไม่มีค่าธรรมเนียมในการสร้างหรือใช้งาน สำหรับนิติบุคคลที่ต้องการ Thai QR Code มาตรฐานร้านค้า อาจมีค่าธรรมเนียม MDR เล็กน้อยเมื่อมีการรับเงิน ซึ่งอัตราขึ้นอยู่กับธนาคารและประเภทธุรกิจ
QR Code แต่ละธนาคารใช้ร่วมกันได้ไหม
ได้ QR Code PromptPay เป็นมาตรฐาน Thai QR Payment ซึ่งรองรับการสแกนข้ามธนาคาร หมายความว่าถ้าร้านค้าสร้าง QR Code จากแอป SCB ลูกค้าที่ใช้แอป KBank, กรุงไทย, กรุงศรี หรือธนาคารอื่นก็สามารถสแกนจ่ายเงินได้เหมือนกันทุกประการ ไม่จำเป็นต้องสร้าง QR Code แยกสำหรับแต่ละธนาคาร
ลูกค้าสแกน QR แล้วจ่ายผิดจำนวนทำยังไง
ถ้าลูกค้าโอนเงินผิดจำนวน ร้านค้าต้องตกลงกับลูกค้าโดยตรง เช่น ขอให้โอนเพิ่ม หรือโอนคืนส่วนที่เกิน เพราะระบบ PromptPay ไม่มีกลไก chargeback อัตโนมัติ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือใช้ QR Code แบบระบุจำนวนเงินแทน QR Code นิ่ง เพื่อให้ระบบกรอกจำนวนเงินให้ลูกค้าอัตโนมัติ หรือใช้ SlipPulse ตรวจสลิปอัตโนมัติเพื่อแจ้งเตือนทันทีเมื่อจำนวนเงินไม่ตรง
ใช้ QR Code PromptPay กับ SlipPulse ได้ไหม
ได้ SlipPulse รองรับการตรวจสลิปจากทุกธนาคารที่รับเงินผ่าน PromptPay ไม่ว่าลูกค้าจะสแกน QR Code จากธนาคารใด เมื่อลูกค้าส่งสลิปมาใน LINE Group ที่เชื่อมต่อกับ SlipPulse Bot ระบบจะยืนยัน Transaction กับ API ธนาคารโดยตรงว่าเงินเข้าจริง จำนวนถูกต้อง และไม่ใช่สลิปซ้ำ
ยืนยันทุกการโอนจาก QR Code ด้วย SlipPulse
ลูกค้าสแกน QR แล้วส่งสลิป Bot ตรวจให้ทันทีว่าเงินเข้าจริงหรือเปล่า
เริ่มใช้ฟรีวันนี้