การรับชำระเงินอัปเดต 24 มีนาคม 2026

เปิดร้านออนไลน์ 2026 รับชำระเงินยังไง ครบจบทุกช่องทาง

การเปิดร้านออนไลน์ในปี 2026 ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ร้านค้ามือใหม่มักสับสนมากที่สุดคือระบบรับชำระเงิน จะรับผ่านช่องทางไหนดี PromptPay พอไหม ต้องเพิ่มบัตรเครดิตหรือยัง แล้ว e-Wallet จำเป็นแค่ไหน บทความนี้จะพาคุณตั้งค่าระบบรับชำระเงินทีละขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนครบทุกช่องทาง

เปิดร้านออนไลน์ 2026 รับชำระเงินยังไง

ช่องทางรับชำระเงินที่ร้านออนไลน์ต้องรู้

ก่อนจะเลือกว่าจะรับชำระเงินผ่านช่องทางไหน ร้านค้าออนไลน์ต้องเข้าใจก่อนว่าในประเทศไทยปี 2026 มีตัวเลือกหลักอะไรบ้าง แต่ละช่องทางมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และเหมาะกับร้านค้าขนาดไหน

PromptPay / QR Code

ช่องทางยอดนิยมอันดับหนึ่งของร้านค้าออนไลน์ไทย ลูกค้าสแกน QR Code หรือโอนเงินผ่าน PromptPay ด้วยเบอร์โทรหรือเลขบัตรประชาชน ข้อดีคือไม่มีค่าธรรมเนียม เงินเข้าทันที ลูกค้าเกือบทุกคนใช้ได้ ข้อเสียคือต้องตรวจสลิปเองทุกใบ เสี่ยงเจอสลิปปลอมและสลิปซ้ำ

บัตรเครดิต / บัตรเดบิต

เหมาะกับร้านที่มียอดขายปานกลางถึงสูง หรือขายสินค้าราคาแพง ลูกค้าจ่ายผ่านหน้าเว็บได้เลยโดยไม่ต้องเปิดแอปธนาคาร รองรับลูกค้าต่างชาติด้วย ข้อเสียคือมีค่าธรรมเนียม MDR ประมาณ 2-3.5% และต้องสมัครผ่าน Payment Gateway เช่น Omise, 2C2P หรือ Stripe

e-Wallet (TrueMoney, Rabbit LINE Pay)

ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานใช้ e-Wallet กันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ TrueMoney Wallet ที่มีผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคน และ Rabbit LINE Pay ที่ผูกกับ LINE แอปที่คนไทยใช้มากที่สุด ข้อดีคือจ่ายง่ายกดไม่กี่ขั้นตอน ข้อเสียคือมีค่าธรรมเนียมและต้องสมัครเป็น Merchant

COD (เก็บเงินปลายทาง)

เหมาะกับลูกค้าที่ยังไม่มั่นใจในร้าน หรือสินค้าที่ต้องเห็นของจริงก่อนจ่าย ข้อดีคือเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า ข้อเสียคือมีค่าบริการ COD ประมาณ 10-30 บาทต่อพัสดุ มีอัตราปฏิเสธรับพัสดุ (reject rate) สูง และร้านค้าต้องสำรองเงินค่าสินค้าและค่าส่งก่อน

โอนบัญชีธนาคาร (Mobile Banking)

การโอนเงินตรงเข้าบัญชีธนาคารยังเป็นทางเลือกที่มีอยู่ โดยเฉพาะลูกค้าที่ใช้ธนาคารเดียวกันกับร้านค้าเพราะจะไม่มีค่าธรรมเนียม แต่ในปี 2026 PromptPay ได้เข้ามาแทนที่การโอนบัญชีแบบเดิมเกือบหมดแล้ว เพราะไม่ต้องจำเลขบัญชีและรองรับข้ามธนาคาร

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ในปี 2025 การชำระเงินผ่าน PromptPay และ Mobile Banking คิดเป็นกว่า 85% ของธุรกรรมออนไลน์ทั้งหมดในไทย ขณะที่บัตรเครดิตคิดเป็นประมาณ 10% และ e-Wallet อีก 5% ตัวเลขนี้บอกชัดเจนว่า PromptPay ควรเป็นช่องทางแรกที่ร้านค้าออนไลน์ต้องมี

PromptPay สำหรับร้านออนไลน์ ตั้งค่ายังไง

PromptPay เป็นช่องทางแรกที่ร้านค้าออนไลน์ทุกร้านควรเปิดรับ เพราะไม่มีค่าใช้จ่าย สมัครง่าย และลูกค้าทุกคนใช้ได้ มาดูวิธีตั้งค่าแบบ step-by-step กันเลย

ขั้นตอนสมัครและตั้งค่า PromptPay

1เปิดแอป Mobile Banking ของธนาคารที่ต้องการใช้รับเงิน (แนะนำให้ใช้บัญชีที่แยกจากบัญชีส่วนตัว)
2ไปที่เมนู "PromptPay" หรือ "พร้อมเพย์" แล้วกดสมัคร
3เลือกผูกกับเบอร์โทรศัพท์ (แนะนำ) หรือเลขบัตรประชาชน สำหรับร้านค้าแนะนำเบอร์โทรเพราะเปลี่ยนธนาคารได้ง่ายกว่า
4ยืนยันตัวตนด้วย OTP รอระบบเปิดใช้งาน (ใช้เวลาไม่กี่นาที)
5ไปที่เมนู "รับเงิน" หรือ "My QR" เพื่อสร้าง QR Code สำหรับรับเงิน
6บันทึกรูป QR Code ไว้ในเครื่อง พร้อมส่งให้ลูกค้าทุกครั้งที่รับออร์เดอร์

วิธีสร้าง QR Code สำหรับร้านค้า

QR Code PromptPay มี 2 แบบที่ร้านค้าออนไลน์ใช้กันบ่อย

QR Code แบบไม่ระบุจำนวนเงิน

สร้างครั้งเดียวใช้ได้ตลอด ลูกค้ากรอกจำนวนเงินเอง เหมาะกับร้านที่ขายสินค้าหลายราคา แต่เสี่ยงที่ลูกค้าจะกรอกเงินผิด

QR Code แบบระบุจำนวนเงิน

สร้างใหม่ทุกครั้งตามราคาสินค้า ลูกค้าสแกนแล้วจำนวนเงินจะกรอกให้อัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาดได้มาก แต่ต้องสร้างใหม่ทุกออร์เดอร์

สำหรับร้านออนไลน์ที่ขายผ่าน LINE หรือ Facebook ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการส่ง QR Code ให้ลูกค้าหลังจากยืนยันออร์เดอร์ พร้อมระบุยอดเงินที่ต้องชำระให้ชัดเจน และกำหนดเวลาชำระเงิน เช่น ภายใน 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันออร์เดอร์ค้าง

เคล็ดลับสำคัญ ให้แยกบัญชีธนาคารสำหรับร้านค้าออกจากบัญชีส่วนตัว เพราะจะทำให้ตรวจสอบรายรับง่ายกว่ามาก ไม่ปนกับรายการโอนส่วนตัว และสรุปยอดขายได้สะดวก หากเป็นไปได้ ควรเปิดบัญชีธนาคารใหม่สำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ

บัตรเครดิตและ e-Wallet เมื่อไหร่ควรเพิ่ม

เมื่อร้านค้าออนไลน์เติบโตขึ้น มียอดขายสม่ำเสมอ และเริ่มมีลูกค้าถามหาช่องทางชำระเงินอื่นนอกจาก PromptPay ก็ถึงเวลาที่ควรพิจารณาเพิ่มช่องทาง

บัตรเครดิต/เดบิต ผ่าน Payment Gateway

Payment Gateway คือตัวกลางที่เชื่อมต่อระบบบัตรเครดิตกับร้านค้าออนไลน์ ในไทยมีผู้ให้บริการหลักดังนี้

Omise (Opn Payments)ค่า MDR 3.65% ไม่มีค่ารายเดือน สมัครออนไลน์ได้ เอกสารไม่ยุ่งยาก เหมาะกับร้านเริ่มต้น
2C2Pค่า MDR 2.9-3.5% มีค่ารายเดือนบางแพ็กเกจ รองรับช่องทางชำระเงินหลากหลาย เหมาะกับร้านขนาดกลาง
Stripeค่า MDR 3.65% เปิดให้บริการในไทยแล้ว API ดีมาก เหมาะกับร้านที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง
PayPalค่า MDR 3.9% + 11 บาท เหมาะกับร้านที่ขายให้ลูกค้าต่างประเทศ

ค่า MDR (Merchant Discount Rate) คือค่าธรรมเนียมที่หักจากยอดชำระเงินแต่ละรายการ เช่น ลูกค้าจ่าย 1,000 บาท ค่า MDR 3.65% จะหัก 36.50 บาท ร้านค้าจะได้รับ 963.50 บาท ดังนั้นร้านค้าต้องคำนวณต้นทุนนี้เข้าไปในราคาสินค้าด้วย

e-Wallet: TrueMoney และ Rabbit LINE Pay

e-Wallet กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไทย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าอายุ 18-35 ปี

TrueMoney Wallet

ผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคนในไทย สมัครเป็น Merchant ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ TrueMoney ค่าธรรมเนียม 1.5-2% สำหรับ Merchant มีระบบแจ้งเตือนเมื่อรับเงินสำเร็จ

Rabbit LINE Pay

เหมาะมากกับร้านที่ขายผ่าน LINE Official Account ลูกค้าจ่ายผ่าน LINE ได้เลย ค่าธรรมเนียมประมาณ 2-3% ต้องสมัครเป็น Merchant ผ่าน LINE Pay

คำแนะนำสำหรับร้านค้าออนไลน์ ถ้ายอดขายยังไม่ถึง 30,000 บาทต่อเดือน PromptPay อย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว เมื่อยอดขายเกิน 50,000 บาทต่อเดือน ค่อยพิจารณาเพิ่มบัตรเครดิตหรือ e-Wallet เพราะค่าธรรมเนียมจะกินเข้าไปในกำไร ร้านต้องมั่นใจว่าคุ้มค่ากับจำนวนลูกค้าที่จะได้เพิ่มมา

สำหรับร้านที่ขายบน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ไม่ต้องตั้งค่าระบบชำระเงินเองเพราะแพลตฟอร์มจัดการให้ทั้งหมด แต่ถ้าขายผ่าน LINE, Facebook, Instagram หรือเว็บไซต์ของตัวเอง ต้องตั้งค่าช่องทางรับชำระเงินเองทั้งหมด

วิธีตรวจสลิปจากลูกค้าออนไลน์

นี่คือจุดที่ร้านค้าออนไลน์หลายร้านพลาดกันมากที่สุด เมื่อลูกค้าส่งสลิปมา ร้านค้าส่วนใหญ่แค่มองรูปสลิปแล้วก็ยืนยันออร์เดอร์ทันที โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าเงินเข้าจริงหรือเปล่า ซึ่งเป็นช่องโหว่ใหญ่ที่มิจฉาชีพใช้หากินกับร้านค้าออนไลน์

ความเสี่ยงจากสลิปปลอม

สลิปปลอมที่สร้างจากแอปหรือเว็บไซต์

มิจฉาชีพใช้แอปสร้างสลิปปลอมที่ดูเหมือนสลิปจริงทุกประการ มีโลโก้ธนาคาร เลขอ้างอิง เวลาทำรายการ ครบทุกอย่าง ถ้าดูด้วยตาเปล่าแทบแยกไม่ออก

สลิปซ้ำ ใช้สลิปเดิมซ้ำหลายครั้ง

ลูกค้าโอนจริง 1 ครั้ง แต่ส่งสลิปเดิมมา 2-3 ครั้งในออร์เดอร์ต่างกัน ร้านที่ไม่มีระบบจดจำ Transaction จะจับไม่ได้

สลิปแก้จำนวนเงิน

โอนมาจริงแต่น้อยกว่าราคาสินค้า แล้วแก้ไขจำนวนเงินในรูปสลิปให้ตรงกับราคา ถ้าร้านไม่ดูยอดเงินเข้าจริงจะพลาดทุกครั้ง

วิธีตรวจสลิปด้วยตัวเอง

1เปิดแอปธนาคารทันทีเมื่อได้รับสลิป ดู statement ว่ามีเงินเข้าจริงตามจำนวนหรือไม่
2ตรวจสอบวันที่และเวลาว่าตรงกับที่ลูกค้าแจ้งหรือเปล่า
3เช็กชื่อผู้โอนว่าตรงกับชื่อลูกค้าที่สั่งซื้อหรือไม่
4บันทึกเลข Transaction Reference ของทุกรายการที่รับมาแล้ว เพื่อเช็กสลิปซ้ำ
5หากมีข้อสงสัย อย่ายืนยันออร์เดอร์จนกว่าจะตรวจสอบเสร็จ

ใช้ระบบตรวจสลิปอัตโนมัติ

การตรวจสลิปด้วยตัวเองใช้ได้ตอนมีออร์เดอร์ไม่กี่รายการต่อวัน แต่เมื่อร้านเติบโตขึ้น การตรวจทุกใบด้วยมือจะกลายเป็นคอขวดที่ทำให้ยืนยันออร์เดอร์ช้า ลูกค้ารอนานจนอาจยกเลิก

SlipPulse ช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยระบบตรวจสลิปอัตโนมัติผ่าน LINE Group เพียงเพิ่ม Bot เข้า Group เมื่อลูกค้าส่งสลิปเข้ามา Bot จะตรวจสอบกับ API ธนาคารโดยตรงและตอบกลับภายใน 3 วินาที พร้อมบอกว่า สลิปจริงหรือปลอม จำนวนเงินถูกต้องหรือไม่ และเคยใช้สลิปนี้แล้วหรือยัง

ร้านค้าออนไลน์ที่ใช้ SlipPulse สามารถยืนยันออร์เดอร์ได้เร็วขึ้น 10 เท่า ลดความเสี่ยงสลิปปลอมลง 100% และไม่ต้องเสียเวลาเปิดแอปธนาคารเช็กทุกรายการอีกต่อไป

SOP รับชำระเงินสำหรับร้านออนไลน์

การมี SOP (Standard Operating Procedure) หรือขั้นตอนมาตรฐานในการรับชำระเงินจะช่วยให้ร้านค้าทำงานได้อย่างเป็นระบบ ลดข้อผิดพลาด และสเกลทีมได้ง่ายเมื่อร้านเติบโต นี่คือ SOP ที่แนะนำสำหรับร้านออนไลน์ที่รับชำระผ่าน PromptPay

1

ขั้นตอนที่ 1: รับออร์เดอร์และยืนยันรายการ

เมื่อลูกค้าสนใจสั่งซื้อ ให้ยืนยันรายการสินค้า จำนวน ราคา ค่าจัดส่ง และยอดรวมสุดท้ายกับลูกค้าให้ชัดเจน พร้อมขอชื่อ ที่อยู่จัดส่ง และเบอร์โทร

2

ขั้นตอนที่ 2: ส่งข้อมูลชำระเงิน

ส่ง QR Code PromptPay พร้อมระบุยอดเงินที่ต้องชำระ ชื่อบัญชีที่จะรับเงิน และกำหนดเวลาชำระเงิน เช่น "กรุณาชำระภายใน 1 ชั่วโมง หากไม่ชำระจะยกเลิกออร์เดอร์อัตโนมัติ"

3

ขั้นตอนที่ 3: รับสลิปและตรวจสอบ

เมื่อลูกค้าส่งสลิปมา ตรวจสอบว่ามีเงินเข้าจริงผ่านแอปธนาคารหรือระบบ SlipPulse จำนวนเงินตรงกับยอดที่แจ้ง วันเวลาถูกต้อง และไม่ใช่สลิปที่เคยใช้แล้ว

4

ขั้นตอนที่ 4: ยืนยันออร์เดอร์

หลังจากตรวจสลิปผ่านแล้ว แจ้งลูกค้าว่า "ยืนยันการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว" พร้อมแจ้งกำหนดการจัดส่ง บันทึกข้อมูลออร์เดอร์ลงระบบหรือสเปรดชีต

5

ขั้นตอนที่ 5: จัดเตรียมสินค้าและจัดส่ง

แพ็คสินค้า พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ ส่งของกับบริษัทขนส่ง แล้วแจ้งเลข Tracking ให้ลูกค้า

6

ขั้นตอนที่ 6: สรุปยอดขายรายวัน

สิ้นวัน ตรวจสอบยอดเงินเข้าทั้งหมดกับจำนวนออร์เดอร์ที่ยืนยันแล้ว ถ้าใช้ SlipPulse สามารถดูสรุปยอดจาก Dashboard ได้เลย

เทมเพลตข้อความสำหรับร้านค้า

เตรียมข้อความสำเร็จรูปเหล่านี้ไว้ใช้ตอบลูกค้าจะช่วยประหยัดเวลาและให้บริการได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

แจ้งชำระเงิน

โอนเงินจำนวน [ยอด] บาท มาที่ PromptPay [เบอร์/ชื่อ] หรือสแกน QR Code ด้านล่างค่ะ กรุณาส่งสลิปยืนยันภายใน 1 ชั่วโมงนะคะ

ยืนยันชำระเงิน

ยืนยันรับชำระเงินเรียบร้อยแล้วค่ะ จะจัดส่งภายใน [วัน] และแจ้งเลข Tracking ให้ทราบนะคะ ขอบคุณค่ะ

สลิปไม่ผ่าน

ขออภัยค่ะ ตรวจสอบสลิปแล้วยังไม่พบรายการเงินเข้า กรุณาตรวจสอบและส่งสลิปใหม่อีกครั้งนะคะ

สรุป: เริ่มต้นจาก PromptPay แล้วขยายตามการเติบโต

สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่เพิ่งเริ่มต้น PromptPay คือช่องทางรับชำระเงินที่ดีที่สุด ไม่มีค่าธรรมเนียม สมัครง่าย และลูกค้าทุกคนใช้ได้ เมื่อร้านเติบโตขึ้นค่อยเพิ่มบัตรเครดิต e-Wallet หรือ COD ตามความเหมาะสม

สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่จำนวนช่องทางรับชำระเงิน แต่คือระบบตรวจสอบสลิปที่แม่นยำ การมี SOP ที่ชัดเจน และเครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น SlipPulse เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยร้านค้าออนไลน์แก้ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ ตรวจสลิปอัตโนมัติ จับสลิปปลอม สลิปซ้ำ และสรุปยอดขายรายวัน ทั้งหมดผ่าน LINE Group ที่ร้านค้าใช้อยู่แล้ว

เริ่มต้นวางระบบรับชำระเงินตั้งแต่วันนี้ แล้วร้านของคุณจะพร้อมรับมือกับทุกออร์เดอร์อย่างมืออาชีพ

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ร้านออนไลน์เริ่มต้นควรรับชำระแบบไหน

สำหรับร้านเริ่มต้น แนะนำให้เปิดรับ PromptPay เป็นช่องทางหลักเพราะไม่มีค่าธรรมเนียม สมัครง่าย และลูกค้าคนไทยเกือบทุกคนใช้อยู่แล้ว จากนั้นค่อยเพิ่มช่องทางอื่นเมื่อยอดขายเติบโตขึ้น เช่น บัตรเครดิตหรือ e-Wallet

ค่าธรรมเนียมแต่ละช่องทางเท่าไหร่

PromptPay โอนระหว่างบุคคลไม่มีค่าธรรมเนียม บัตรเครดิต/เดบิตมีค่า MDR ประมาณ 2-3.5% ต่อรายการ e-Wallet อย่าง TrueMoney และ Rabbit LINE Pay คิดค่าธรรมเนียมประมาณ 1.5-3% COD คิดค่าบริการ 10-30 บาทต่อพัสดุ ขึ้นอยู่กับบริษัทขนส่ง

ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม

ตามกฎหมาย ร้านค้าออนไลน์ที่มีรายได้จากการซื้อขายต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงานเขตหรือเทศบาล ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 50 บาท การจดทะเบียนช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและจำเป็นหากต้องการสมัครรับบัตรเครดิตหรือ Payment Gateway

ตรวจสลิปจากลูกค้าออนไลน์ยังไง

วิธีพื้นฐานคือเปิดแอปธนาคารดู statement ว่ามีเงินเข้าจริงตามจำนวนหรือไม่ แต่ถ้ามีออร์เดอร์เยอะ แนะนำให้ใช้ระบบตรวจสลิปอัตโนมัติอย่าง SlipPulse ที่ตรวจสอบกับ API ธนาคารโดยตรง จับสลิปปลอมและสลิปซ้ำได้ทันที

ใช้ SlipPulse กับร้านออนไลน์ได้ไหม

ได้ SlipPulse รองรับร้านค้าออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม เพียงเพิ่ม SlipPulse Bot เข้า LINE Group ที่ใช้รับออร์เดอร์ เมื่อลูกค้าส่งสลิปเข้ามา Bot จะตรวจและตอบกลับอัตโนมัติภายใน 3 วินาที บอกทั้งสถานะจริง/ปลอม จำนวนเงิน และการตรวจซ้ำ

รับชำระเงินออนไลน์อย่างปลอดภัยด้วย SlipPulse

ตรวจสลิปอัตโนมัติทุกใบก่อนจัดส่ง จับสลิปปลอม สลิปซ้ำ เริ่มใช้ฟรี

เริ่มใช้ฟรีวันนี้